[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ :: ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือน ::
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
กองทัพบก  เพื่อชาติ  ศาสน์  กษัตริย์  และประชาชน 
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 38 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ข่าวด่วน
 
ลิงค์แนะนำ

ค้นหาจาก google
พยากรณ์อากาศ
 

  
ประวัติหน่วย  
 

ประวัติความเป็นมา

จังหวัด อุบลราชธานี ตั้งขึ้น เมื่อ พ.ศ.๒๓๒๒ ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เนื่องด้วยประเทศลาวได้เกิดสงครามภายใน เจ้านายลาวบางคนได้หนีเข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภาร พร้อมครอบครัวและผู้คนจำนวนหนึ่ง ได้มาตั้งบ้านเมืองอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำมูลที่เรียกว่า ดงอู่ผึ้ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดพระราชทานชื่อเมืองว่า“อุบลราชธานี”และโปรดเกล้าฯ ให้ท้าวคำผงเป็นเจ้าเมืองคนแรกมีบรรดาศักดิ์เป็นพระปทุมราชวงศา

          มณฑล อีสาน แต่เดิมเรียกว่า มณฑลลาวกาว มีอุปราช และเจ้าผู้ครองนครปกครองกิจการทหารในสมัยนั้น ได้จัดตั้งเป็นหน่วย กรม กอง แต่ไม่มีการเกณฑ์พลเรือน เข้ารับราชการเมื่อมีราชการสงคราม เจ้าผู้ครองนครก็เกณฑ์ไพร่พล ออกทำการป้องการบ้านเมือง จนกระทั่ง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงดำริว่าการจัดทหารป้องกัน ประเทศกระทำอย่างสมัยก่อนไม่ได้แล้ว จำเป็นต้องมีกำลังทหารเป็นปึกแผ่นและมีการจัดระบบทหารตามแบบยุโรป

          ปี พ.ศ.๒๔๓๑ สมัยสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการจัดตั้งกองทหารที่เมืองอุบลราชธานี และเมืองจำปาศักดิ์ มีกำลังพลประมาณ ๖๐๐ นาย เรียกว่า มณฑลลาวกาว

        ปี พ.ศ.๒๔๓๖ (รศ๑๑๒) พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ (ข้าหลวงใหญ่ต่างพระองค์) จัดตั้งกองทหารเพื่อป้องกันประเทศบริเวณทุ่งศรีเมือง (ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี หลังเก่าที่ถูกไฟไหม้ เมื่อปี ๒๕๕๓) ขึ้นตรงต่อมณฑลอิสาน

          ปี พ.ศ. ๒๔๔๕ แยกหน่วยออกจากมณฑลอิสาน เป็นมณฑลอุบลราชธานี โดยมีเมืองสุรินทร์ เมืองขุขันธ์ รวมอยู่ด้วย

          ปี พ.ศ. ๒๔๖๘ สมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการเปลี่ยนแปลง คือ ยุบมณฑลอุบลราชธานีขึ้นไปรวมกับ มณฑลนครราชสีมา คงเหลือทหารประจำ ณ เมืองอุบลราชธานี คือ กองพลที่ ๑๐ และให้ยุบกองบัญชาการกองพลที่ ๑๐ ประจำมณฑลอุบลราชธานีไปรวมกับกองบัญชาการกองพลทหารที่ ๕   ที่มณฑลนครราชสีมา

          ปี พ.ศ.๒๔๗๐ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงโปรดเกล้า ฯ ให้เปลี่ยนฐานะของกองพลที่ ๑๐ ที่เหลืออยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี ลงเป็น “กองบังคับการกองพันที่ ๓ ”ขึ้นตรงต่อ กรมทหารราบที่ ๕ โดยมี พันโท พระศรีพิไชยบริบูรณ์ (เหมือน อินทรกำแหง) เป็นผู้บังคับกองพัน

          ปี. พ.ศ.๒๔๗๑ กองบังคับการกองพันที่ ๓ ได้ย้ายที่ตั้งจากทุ่งศรีเมือง (ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานีหลังเก่าที่ถูกไฟไหม้) มาตั้ง ณ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของอำเภอวารินชำราบ หรือเรียกกันว่าค่ายทหารวาริน

          ปี พ.ศ.๒๔๙๓ กองบังคับการกองพันที่ ๓ ได้ยกฐานะเป็น มณฑลทหารบกที่ ๖ เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๔๙๓

         ปี พ.ศ.๒๕๐๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ในรัชกาลปัจจุบัน ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานนามค่ายมณฑลทหารบกที่ ๖ ว่า “ค่ายสรรพสิทธิประสงค์” เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์

        จาก การที่กองบังคับการกองพันที่ ๓ ยกฐานะเป็นมณฑลทหารบกที่ ๖ เมื่อ วันที่ ๑๘ พ.ศ. ๙๓ ต่อมากองทัพบก ได้เปลี่ยนนามหน่วยจาก มณฑลทหารบกที่ ๖ เป็น มณฑลทหารบกที่ ๒๒ ตามคำสั่ง ทบ.(เฉพาะที่ ๑๒๙/๒๕๓๓ ลง ๑๔ ส.ค. ๒๕๓๓ ) ดังนั้น จึงยึดถือวันที่ ๑๘ พ.ค. ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนาหน่วย  มณฑลทหารบกที่ ๒๒ จนถึงปัจจุบัน

 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๒๒ คนปัจจุบัน พลตรี วิษณุ  ไตรภูมิ

ตั้งแต่ ๑ ต.ค. ๕๖ – ปัจจุบัน


www.rta.mi.th/gjag/ ข่าวทหารบก
ตรวจสอบยอดเงิน อทบ. คำรับรองการปฏิบัติราชการ
การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล สหกรณ์ออมทรัพย์
การประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก http://korlor.cloud.rta.mi.th/
เชิญอ่านต่อ